Q (‘ w ‘ ๐Q อยู่บ้านอย่านิ่งดูดาย นำผักพื้นบ้านมาทำกับข้าวง่ายๆ “เมนูดอกผักปลังผัดหมูกรอบ” กันคร๊า ~

Q (‘ w ‘ ๐Q อยู่บ้านอย่านิ่งดูดาย นำผักพื้นบ้านมาทำกับข้าวง่ายๆ “เมนูดอกผักปลังผัดหมูกรอบ” กันคร๊า ~

สวัสดีคร๊าาเนื่องจากช่วงที่ผ่านมายุ่งวุ่นวายกับงานนั้นนี้จนไม่ได้ทำกับ ข้าวเท่าไหร่ วันนี้ พอดีว่า ได้เจอผักโครงการในพระราชดำริมาขาย เลยนำผักที่ได้มาทำเมนูง่ายๆกันค่ะ โดย พระเอกในวันนี้ที่เรเรควงมาด้วย คือ เจ้าผักดอกผักปลังนี้เองค่ะ

โดยปกติ ผักปลัง เราจะเห็นนำมาทำอาหาร จำพวกแกง บ้างก็มาทำเป็นผักจิ้ม แต่ว่า  ข้อเสียข้อผักชนิดนี้มีอยู่ว่า พอมันสุกแล้วจะมีเมือกลื่นๆ ซึ่งบางคนเค้าไม่ค่อยจะโสภาเท่าไหร่เลยไม่กิน  แต่ถ้านำมาผ่านความร้อนให้สุกด้วยความรวดเร็วแบบการผัดมันก็ช่วยลดความลื่น เหนียวของตัวผักลงไปได้เยอะนะคะ  แถมวิธีทำก็ง่าย ราคาก็ไม่แพง  และมีวิตามินสูงค่ะ

อ้างอิงข้อมูลจาก >> http://natres.psu.ac.th/radio/radio_article/radio45-46/45-460040.htm

ดังนั้น  ไหนๆก็มีคุณค่าทางอาหารสูง แถมเป็นผักในไทยราคาไม่แพงแล้ว วันนี้เรเรเลยนำมาทำเป็นเมนูง่ายกันคร๊ากับ เมนู ดอกผักปลังผัดหมูกรอบ ค่ะ

จะกรอบอร่อยมีประโยชน์แค่ไหน ไว้ลองติดตามชมกันดูได้นะคะ

เริ่มจาก พอดีที่บริษัทในที่ๆเรทำงาน มีผักปลอดสารมาขายน่ะค่ะ  เนื่องจากทุกถุงไม่ว่าจะผักชนิดไหน ราคาเดียวคือ 12บาท ทำให้งานอดิเรกของเรคือ ทุกวัน อังคาร พฤหัส เสาร์  ที่เป็นวันผักของโครงการมาส่งนั้น เรเรจะรีบไปทำการเลือกมาทำเมนูอาหารเย็นทุกทีค่ะ  และ นอกจากมีผักปกติที่เราสามารถเห็นได้บ่อยๆแล้วเช่น ต้นหอม บวบ ผักกาดขาว  ใบกระเพรา ใบแมงลัก  ชะอม ฯลฯ   เรก็ได้ลองผักแปลกๆเช่น กะหล่ำปมสีม่วง  หัวไชเท้าสีม่วง  และอีกผักที่เรได้ลองเอามาทำกับข้าวนั้น ก็คือ  ดอกผักปลังค่ะ

เอามาให้ดูว่าผักปลอดสารเนี่ย อวบน่ากินมาก…… เป็นเหตุให้นังเรไปแต่เช้าเพื่อไปซื้อทุกวันค่ะ  นี้ต้นหอมไทยจริงๆนะ ขนาดเท่านิ้วค่ะหวานน่าเอาไปผัดเห็ดมากขอบอก

มาถึงการเตรียมเมนูผักปลังของเรากันบ้าง วันนี้เมนูง่ายมาเร็วเสร็จเร็วมากค่ะ มาถึงเราก็ทำการเด็ดยอดอ่อนเป็นท่อนๆ เพื่อให้สะดวกในการทานกันเลย

ค่อยๆเลือกเด็ดก่อนแล้วค่อยไปล้างน้ำ (จริงควรล้างก่อนค่อยเด็ดน๊าแต่ว่า เร ถ้าล้างแล้วเด็ดก็ต้องล้างใหม่ค่ะเพราะแมวชอบมาร่วมเด็ดด้วย)

ดอกตูมๆพวกนี้แหละ อร่อยนัก เอามาผัดแล้ว กรุบกรอบ  กรุบกรอบ

เด็ดเสร็จแล้วออกมาถุงนึงได้ราวชามพูนๆค่ะ  นี้แหละพอดีสำหรับมื้อเย็นเรเรนัก (…..ถ้าเทียบกับปริมาณคนปกติคงราว2-3คนทานได้)

หลังจากเด็ด ล้าง และสะเด็ดน้ำทิ้งไว้ เราก็หันมาสับกระเทียมและทุบพริกค่ะ มีพริกจินดาเขียวก็เอาจินดาเขียว มีพริกขี้หนูก็เอาพริกขี้หนู

และที่ขาดได้แต่ไม่สะใจคนกินก็คือ  หมูกรอบค่ะ ซื้อมาจากร้านแถวบ้าน 40บาท แพงมั่ก แถมติดมันมาซะเยอะ อย่าเผลอใส่ไปเชียวนะคะ ไขมันบานนนเลย ต้องแล่ออกค่ะ  (ถึงอ้วนก็ขออ้วนอย่างมีสุขภาพหน่อยละกัน เชอะๆ)

หลังจากสับหมูกรอบ และเตรียมพริกกระเทียมแล้ว เราก็มาตั้งน้ำมัน ให้ร้อน ไฟแรงๆหน่อยนะคะ เพราะถ้าเราผัดนาน เมือกลื่นๆของผักจะออกมาค่ะ

เริ่มจากพอน้ำมันร้อนจัดแล้ว ให้เราใส่กระเทียม พริก และหมูกรอบลงไปผัดให้หอมค่ะ ระวังไหม้นะคะ คนๆๆๆๆๆให้ทั่ว

พอพริกกระเทียมเริ่มหอม เราก็ นำผักที่ทำการสะเด็ดน้ำแล้ว ใส่ลงไปในกะทะ ค่ะ ได้เสียงเหมือนผัดผักบุ้งไฟแดงชู่ช่าๆ แบบนั้นเลย ใส่ปุ๊บ รีบผัดๆๆค่ะ หยอดเกลือนิด น้ำตาลหน่อยลงไปตัดรส

และสุดท้ายก็ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย  ตอนใส่ลงไปกะทะร้อนๆน้ำมันหอยอาจจะติดกะ ทะแห้งไปหน่อยให้ใส่น้ำลงไปราว1ช้อนโต๊ะก็พอค่ะ เดี๋ยวน้ำจากผักจะออกมาเพิ่มเอง

ผัดไฟแรง คนๆใช้เวลาตั่งแต่ใส่ผักลงไปไม่ถึง30วินาที ก็ปิดไฟ เรียบร้อยพร้อมทานแล้วคร๊าาา

ว่าแล้วก็ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ น่าทานไหมๆ  ไม่มีเมือกกวนใจแน่นอนค่ะ

ซูมชัดๆว่าสุกแล้วน่ากินแค่ไหน  อยากได้ข้าวต้มกุ้ยซักชาม…

ทำการถ่ายรูปใกล้ๆก่อนจะกำจัดหลักฐาน (? )

ไม่มีกลิ่นเหม็นเขียว รสชาติกรอบ ทำง่าย หวังว่าจะพอเป็นไอเดียในการเอามาปรับไว้เป็นเมนูทางเลือกสำหรับท่านที่ลองหา ผักใหม่ๆมาทานกันนะคะ แต่ข้อควรระวังอยู่ที่ว่าอย่าผัดให้นานไปนะคะเดียวจะมีเมือกลื่นๆได้ บางคนไม่ค่อยชอบสัมผัสลื่นๆแบบนี้นักน่ะค่ะ

และก็หวังว่ากระทู้นี้คงพอมีประโยชน์ให้แก่ทุกท่านไม่มากก็น้อยนะคร๊า วันนี้ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

 

About พยูนบูด