Style Gour restaurant อาหารไทยไม่ใส่ผงชูรสก็อร่อยได้ ใน”สไตล์กรู”

Style Gour restaurant อาหารไทยไม่ใส่ผงชูรสก็อร่อยได้ ใน”สไตล์กรู”

สวัสดีค่ะ วันนี้เรได้รับเชิญจากร้าน Style Gour  restaurant ศรีราชา ให้มาลองชิมเมนูอาหารและติชมตามความเป็นจริงเพื่อเป็นข้อแนะนำของร้านกันค่ะ ซึ่ง จุดเด่นของร้านนี้มีอยู่ว่า  ร้านนึงเกิดขึ้นจากความตั้งใจของคุณเปิ้ล เจ้าของร้านอาหารที่ได้ทำการฝึกฝนเมนูและพยายามเรียนรู้เกี่ยวกับอาหารเพิ่มเติมตลอดเวลามาทำการคัดเลือกเมนูอย่างตั้งใจมานำเสนอรสชาติความอร่อยที่เน้นไปยังคุณภาพของวัตถุดิบ และใส่ใจสุขภาพไม่ใส่”ผงชูรส”ในทุกๆเมนูเลยล่ะค่ะ

ใครว่าของอร่อยต้องใส่ผงชูรส ร้านนี้เถียงขาดใจ ซึ่งรสชาติจะเป็นเช่นไร เชิญรับชมกันได้เลยค่ะกับรีวิวในวันนี้  ร้าน Style Gour  restaurant @ศรีราชา

โดยตำแหน่งของร้านนี้ตามแผนที่เลยค่ะ  จริงๆร้านนั้นมีอยู่2สาขา และสาขานี้เป็นสาขาที่เปิดใหม่เมื่อปลายปีที่ผ่านมาค่ะ หลายๆคนเลยยังไม่ทราบนัก

ด้านหน้าเด่นชัดกับชื่อร้านและเมนูอาหารต่างๆ

 

มีคำยืนยันในเรื่องการไม่ใส่ผงชูรสจริงๆนะจ๊ะ ดังนั้นใครแพ้ผงชูรส สามารถทานร้านนี้ได้อย่างสะดวกใจเลยค่ะ

เมนูของร้าน

วันเวลาเปิดทำการ

เข้ามาด้านในกันบ้าง การตกแต่งของร้านนี้จะเป็นแนวสบายๆ ตามชื่อร้านค่ะ….”สไตล์กรู” ดังนั้นอย่างแปลกใจค่ะ ทุกอย่างทางคุณเปิ้ลเจ้าของร้านคัดเลือกมาประดับตกแต่งอย่างตั้งใจจริงๆนะเธอว์~

นอกจากนี้ทางเจ้าของร้านคุณเปิ้ล เพื่อยืนยันความสะอาดและความปลอดภัยในอาหารของลูกค้า ได้ชวนเรให้เข้าไปดูในครัวด้วยค่ะว่า สะอาดจริงๆนะ ทางร้านเน้นย้ำในเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยในอาหารที่ให้ลูกค้าทาน นี้คือสิ่งที่ทางร้านพยายามรักษาจุดนี้ไว้เป็นอย่างดี

แอบเห็นประกาศต่างๆจากที่ทางคุณเปิ้ลเจ้าของร้านไปเรียนมา ทางคุณเปิ้ลเป็นคนที่รักการทำอาหารค่ะ และก็ยังมีวางแผนการจะเรียนเพิ่มเติมในอีกหลายๆอย่างเลยทีเดียวเพื่อปรับปรุงพัฒนาอาหารของร้านให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

มาดูเมนูของร้านกันบ้างค่ะ  ร้านนี้ราคาค่อนข้างสูงนิดนึง แต่สำหรับเร…เรว่าพอๆกับในกรุงเทพนะ(แต่ไม่แน่ใจสำหรับโซนนี้ค่ะ) แต่ ต้องลองสั่งมาชิมกันดูค่ะ แต่ เรขอแจ้งก่อนนะคะ ร้านนี้ ไม่มีส่วนผสมของ“ถั่วลิสง” ค่ะ เพราะ ป้องกันลูกค้าบางท่านที่มีอาการแพ้ถั่วลิสง รวมถึง ป้องกันความเสี่ยงที่สินค้าประเภทถั่วจะมีสารอัลฟ่าท็อกซิลปนมาในอาหารค่ะ ทางร้านจึงทำการหลีกเลี่ยงอาหารที่จำเป็นต้องใส่ถั่วนะคะ เช่น  น้ำจิ้มหมูสเต๊ะไม่มีถั่ว  หรือ ผัดไทยไม่ใส่ถั่วค่ะ ซึ่ง…นี้แหละ คือร้าน “สไตล์กรู ”  โอเคนะ เข้าใจตรงกัน และอีกอย่างนึง …ร้านนี้มีสไตล์อาหารไทยเป็นของตัวเองด้วยค่ะ  หากไปแล้วพบว่า หมูสเต๊ะทานคู่กับครัวซองค์ก็…นี้แหละ ร้านStyle Gour








ชุดจานช้อนของร้าน…น่ารักอ่ะใส่ถุงมาด้วย

และก็มาเริ่มจากจานแรกกันค่ะ โดยเมนูเหล่านี้ ทางร้านให้พยูนจิ้มเลือกสั่งเอาเองทุกรายการเพื่อป้องกันการจัดฉากค่ะ….นะ เรเลยลองสั่งเมนูทั้งหมดนี้มาลองกันค่ะ โดยอาศัยดูจากความน่าสนใจของเมนูแล้วลองสุ่มเอา

น้ำพริกไข่ปู ราคา 140 บาท จานนี้ จากที่ได้ชิมกัน เรว่าเป็นจานที่เรชอบสุดขนาดที่ซื้อกลับมาฝากคนที่กรุงเทพค่ะ น้ำพริกที่นี้จะโขลกบุบๆแค่พอแหลก รสชาติไม่เผ็ดจัด เปรี้ยวนำ เค็มตาม หวานหน่อยๆตัดปลายลิ้น ตัวไข่ปูไม่คาว มาพร้อมผักสด รสชาติดีค่ะ เป็นเมนูที่หลายๆคนในโต๊ะลงมติว่าไมควรพลาดหากแวะมาใช้บริการค่ะ

 

 

ฮ้อยจ้อ 160 บาท เมนูนี้ตอนแรกคิดว่าทางร้านรับมาขายแต่…ทางร้านยืนยันว่าทำเองทุกขั้นตอนค่ะ ในส่วนผสมรับรองว่าไม่มีผงชูรสแน่นอน ทอดมาร้อนๆกรอบๆ ตัวนี้เรลองชิมดู รสชาติเรว่าโอเคแต่ทว่าขอตินิดนึงที่เนื้อในของฮ้อยจ้อยังอัดไม่แน่นเท่าที่ควรค่ะ และตัวเนื้อปูที่ใช้น่าจะนวดผสมมากเกินไปเลยแตกกระจายไม่น่าทานเท่าไหร่ หากเนื้อแน่นกว่านี้อีกนิด และนวดเนื้อปูน้อยลงหน่อยให้ยังเป็นพู เมนูนี้จะฟินมากเลยค่ะ

ทอดมันกรู 180บาท (ตัวนี้เรว่าราคาสูงอยู่) ตอนแรกคือ งงว่าเป็นทอดมันอะไรหว่า   เมนูนี้เป็นเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านที่ทำเองนั้นก็คือ นำทอดมันกุ้ง และทอดมันปลามาประกบคนละด้านก่อนคลุกเกล็ดขนมปังทอดมาร้อนๆ  ตัวฝั่งทอดมันปลามีความเผ็ดร้อนหน่อยๆ นวดมาเหนียวกำลังดี ส่วนทอดมันกุ้ง อร่อยมากค่ะ เนื้อเด้ง รสหวาน หนุบหนับ  เหตุผลที่นำมาประกบกันเพื่อเวลาทานแล้วไม่เลี่ยนนั้นเอง แต่ทางร้านบอกว่า หากเป็นเด็กมาจะแนะนำให้สั่งเป้นทอดมันกุ้งมากกว่าค่ะ (ซึ่งเรก็ติดใจทอดมันกุ้งนะ ทานพร้อมกันก็อร่อยดีแต่เรว่ารสชาติทอดมันกุ้งถูกใจเรมากกว่าค่ะ แล้วแต่คนชอบ)

 

 

แกงส้มชะอมไข่ปลาเรียวเซียว 240 บาท เมนูนี้ มาเป็นชามใหญ่เลยค่ะ เป็นแกงส้มแบบน้ำแกงข้น เค็มหวานกำลังดี มาพร้อมกับไข่ชะอมแบบทอดด้วยเทฟล่อนไม่อมน้ำมัน พร้อมผักต่างๆ และไข่ปลาเรียวเซียว  เมนูนี้เรชอบตัวชะอมไข่มาก…เรียกว่าไข่ปลาเรียวเซียวนี้เป็นลูกเมียน้อยไปเลยค่ะ 555 น้ำแกงที่นี้ปรุงมาได้ดี ออกเปรี้ยวหวานแบบฉบับแกงส้ม และด้วยน้ำแกงที่ข้นเลยทำให้เมนูกลมกล่อม เป็นอีกเมนูนึงที่แนะนำค่ะ

 

ขาหมูเยอรมัน 320 บาท ตอนแรกคิดว่าจะเป็นขาเล็กๆ……ร้านนี้ ขาใหญ่นะคะ  มาค่อนข้างใหญ่ทีเดียว ทอดมาฟูกรอบ สีเข้มจากการนำขาหมูไปตุ๋นไว้แล้ว แต่กลิ่นรสจะไปทางตุ๋นสไตล์จีนนิดนึง พอนำมาทอดร้อนๆ กรอบๆ แล้ว เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มพริกน้ำส้ม  น้ำจิ้มซีฟู๊ด และน้ำจิ้มซีอิ๊วดำค่ะ  แต่ส่วนตัวเรว่า ตัวน้ำจิ้มจะติดหวานนิดนึง ( อันนี้เป็นคอมเม้นต์รสนิยมส่วนตัวนะคะ เนื่องจากเรไม่ชอบทานหวานเคยชินน้ำจิ้มรสเปรี้ยวเผ็ดเค็มมากกว่า ) แต่ด้วยรสที่ทางร้านทำมาเรว่าโดยรวมค่อนข้างโอเคค่ะ ซึ่งแล้วแต่คนชอบ

เสียดายเค้าหั่นมาเล็กไปนิดเลยดูแห้งแต่ในเนื้อยังฉ่ำอยู่นะคะ

ปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว 320 บาท เมนูนี้เป็นเมนูที่นิยมของร้าน ที่ต้องทำการโทรสั่งจองกันค่ะเนื่องจากทางร้านคัดปลาในขนาดและความสดที่ได้มาตรฐานจึงไม่มีการสต็อกสินค้าไว้ มีแค่วันต่อวัน และเนื่องจากน้ำนึ่งซีอิ๊วของร้านนี้ที่นอกจากไม่มีผงชูรสแล้ว ทางร้านผสมเหล้าจีน ขิง เห็ดหอม และน้ำมันงามาได้อย่างกลมกล่อม ทำให้เมนูนี้ขายดีค่อนข้าง หากไม่โทรจองไว้อาจจะหมดได้นะคะ   ซึ่งจากที่เรชิม นึงมาได้ดีมากทีเดียวค่ะ เนื้อปลาสด แน่น ไม่คาว น้ำซีอิ๊วหอม  หวานๆกลมกล่อมกำลังดี และไม่เค็มมาก  เห็นว่าเป็นเมนูนิยมที่ชาวญี่ปุ่นในศรีราชาแวะมาสั่งทานกันบ่อยๆทีเดียวค่ะ

 

ผัดเรือโป๊ะ โบราณ 240 บาท ตัวนี้เป็นเมนูผัดที่เป็นแบบเฉพาะของร้านอีกรายการค่ะ  เมนูหน้าตาคล้ายผัดคื่นไช่ แต่เป็นเครื่องทะเลค่ะ มีทั้งลูกชิ้นปลา กุ้ง ปลาหมึก หอย ซึ่งเลือกมาสดค่อนข้างเนื้อกรอบเด้ง  และในเครื่องที่ผัดนั้นมีกลิ่นเจือแฝงของผงกระหรี่จางๆไม่รุนแรงไว้เป็นกลิ่นที่ซ่อนอยู่ค่ะ และนอกจากนี้ยังมีความเผ็ดร้อนของพริกไทยที่แฝงมาด้วย ทานกับข้าวสวยร้อนๆกำลังดีค่ะ

 

ข้าวไก่ตุ๋นเห็ดหอม  อันนี้ เป็นเมนูที่ทางร้านทดลองยกมาให้ชิมค่ะ เป็นเมนูอาหารชุดสำหรับช่วงกลางวัน รสชาติคล้ายสตูว์ มากกว่าอาหารจีน มีรสนวลๆกลมกล่อมของหัวหอมแฝงอยู่ ซึ่ง ตอนแรกฟังจากชื่อนึกว่าเป็นอาหารจีน แต่รสชาติไปทางอาหารฝรั่งค่ะ(ถึงหน้าตาจะเหมือนข้าวหน้าไก่ก็ตามที) แต่ส่วนตัวเรว่ารสอ่อนไปนิด หากทานกับข้าวค่ะ

 

และนอกจากของคาวแล้ว ทางร้านมีของหวานที่ทำเองด้วยค่ะ เช่น
พานาค็อตต้า ราดเชอรี่

หรือ บลูเบอรี่ ตัวนี้เรแนะนำ แบบราดเชอรี่ค่ะ รสชาติพานาค็อตต้านวลๆ หวานมันนม และครีมมี่กำลังดี ราดเชอรี่เปรี้ยวนิด  ส่วนแบบราดบลูเบอรี่ส่วนตัวเรว่าจะหวานกว่าน่ะค่ะ (แล้วแต่คนชอบ)


และเมนูมูสช็อกโกแล็ต ตัวนี้ เรเองไม่ได้ทานแต่คนที่ไปด้วยได้ชิม เค้าบอกว่านวลๆ นุ่มๆ รสช็อกโกแล็ตค่ะ   อันนี้ตามที่เค้าชิมนะ แต่เรไม่ได้ชิมเองเลยไม่ชัวร์ แต่ที่ชัวร์แน่ๆ….พานาค็อตต้าราดเชอรี่ อร่อยค่ะ!!

 

และ นอกจากที่เรได้ชิมเมนูอาหารของร้านStyle Gour  restaurant  ซึ่งเป็นสาขา2แล้ว  ทางคุณเปิ้ลเจ้าของร้านได้ชวนให้เรก่อนกลับแวะไปที่สาขา ร้าน  Gour  restaurant ตามแผนที่นี้ด้วยละค่ะเพื่อได้ชิมเมนูวิกเนเจอร์ของร้านที่มีเฉพาะสาขา1ที่ทางคุณเปิ้ลเจ้าของร้านแนะนำว่า “ไม่ควรพลาด”

 

และเมนูซิกเนเจอร์ประจำสาขา1ที่แนะนำว่าหากแวะไปควรลองดูก็คือ เมนูเป็ดคั่วซอส 320 บาท

ตัวนี้เป็นเป็ดไทยตัวเล็ก นำมาตุ๋นกับเครื่องดับกลิ่นสาปเป็ดให้หมดจด ก่อนนำมาทอดน้ำมันร้อนๆ กรอบนอกนุ่มใน มีรสชาติเค็มปะแหล่มของซอสอยู่ที่ผิวเป็ดค่ะ  ซึ่งเนื้อเป็ดไม่มีกลิ่นสาป ทานพร้อมน้ำจิ้ม3อย่างที่ทางร้านเตรียมไว้ คือ น้ำจิ้มซีฟู๊ด น้ำจิ้มน้ำส้ม และน้ำจิ้มซีอิ๊วดำ เป็นอีกเมนูที่แนะนำว่าควรลองค่ะ เพราะว่าเรได้ชิมไปคำเดียว แล้วกลับกรุงเทพมา กลับถึงบ้านยังอร่อยอยู่เลยล่ะคะเมนูนี้ เรียกว่า ต่อให้ไม่มีผงชูรส เมนูที่นี้ก็อร่อยไม่แพ้ใครทีเดียวค่ะ

และทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องราวของร้าน Style Gour  restaurant ที่ได้เชิญเรให้มาลองชิมเมนูต่างๆของทางร้าน และทำการรีวิวตามจริงค่ะ  ซึ่งมีข้อสรุปดังต่อไปนี้ค่ะ
ข้อดี
1. ร้านไม่ใส่ผงชูรสค่ะ รวมถึงไม่ใส่ถั่วลิสงเพื่อป้องกันสารอัลฟ่าท็อกซิลที่สามารถปะปนมากับถั่วได้ ดังนั้นลูกค้าที่ทางจึงสบายใจได้เปราะนึงเลยว่า…ร้านนี้ค่อนข้างใส่ใจเรื่องความปลอดภัยลูกค้าเป็นอันดับแรกๆเลยค่ะ
2. คุณภาพอาหาร เรจากที่ชิมถือว่าความสดดีมากค่ะ ผัดเรือโป๊ะโบราณ ปลาหมึกเด้งกรุบๆเลยอ่ะ
3. รสชาติโอเคค่ะ ความจัดจ้านจะปานกลาง ทางร้านบอกว่าปรุงไว้เผื่อคนที่ทานเผ็ดไม่ได้ด้วย
4. เมนูเด็ด  ขาหมู  ปลานึ่งซีอิ๊ว เป็ดคั่วซอส และน้ำพริกไข่ปู ดีงามค่ะ ส่วนตัวน้ำจิ้มซีฟู๊ดติดหวานไปนิดแต่ ถือว่าโอเคค่ะ

ข้อเสีย
1. ร้านแอบหายากนิดนึง….แนะนำว่าทางไปดูตามแผนทีนะคร๊าาา
2. ร้านราคาค่อนข้างสูงอยู่ค่ะ
3. ร้านไม่ใหญ่มาก แต่หากอยากรับรองแขกทางร้านมีห้องvipด้านบนด้วยค่ะ แต่ด้านล่างจะไม่ใหญ่มากประมาณ 2 คูหาค่ะ

และทั้งหมดนี้คือ ข้อมูลทั้งหมดของร้าน Style Gour  restaurant ที่เรได้ไปชิมจริงและติชมตามจริงจากที่ไปทานมาค่ะ ก็หวังว่ารีวิวนี้จะพอเป็นประโยชน์กับทุกท่านได้ไม่มากก็น้อยนะคะ และพบกันใหม่ในโอกาสหน้า วันนี้ สวัสดีค่ะ

About พยูนบูด