Viet in Dish สตรีทฟู๊ดและหม้อไฟ สไตล์เวียดนาม @อารีย์ ซอย1

Viet in Dish สตรีทฟู๊ดและหม้อไฟ สไตล์เวียดนาม @อารีย์ ซอย1

สวัสดีค่ะ วันนี้เรได้มีโอกาสไปเยี่ยมชม และแวะชิมตามคำเชิญของร้านอาหารเวียดนาม Viet in Dish @โครงการสนั่นนภา อารีย์ มาล่ะค่ะ โดยร้านอาหารแห่งนี้ เป็นร้านอาหารเวียดนามเล็กๆที่ มีรายละเอียดไม่เล็กเลยทีเดียว กับจุดเด่น อาหาร เวียดนามสูตรจากต้นตำหรับขนานแท้โดยคุณแม่เจ้าของร้านที่เป็นชาวเวียดนามเองเลยทีเดียว ซึ่งร้านนี้นอกจากจะเน้นไปยังอาหารเวียดนามจานเดียวที่เป็นสตรีทฟู๊ดแบบฉบับเวียดนามแล้ว ยังมีเมนูหม้อไฟสไตล์เวียดนามบริการช่วงเย็นด้วยค่ะ

 

และจะเป็นเช่นไร  เชิญรับชมกันได้ในรีวิวนี้เลย

 

 

เริ่มจาก การเดินทางไปร้านกันก่อน ร้านนี้สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS ได้ค่ะ ลงสถานีอารีย์ ฝั่งพหโยธินซอย 7ค่ะ (ตรงข้ามลาวิลล่า) ซึ่งพอลงจากBTSมา ก็แทบจะถึงหน้าซอยเลย

และเมื่อเลี้ยวเข้ามจิ๊ดเดียวที่อารีย์ซอย1 เราก็จะพบโครงการสนั่นสภาค่ะ

 

 

 

ซึ่งเป็นโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ขนาดเล็กที่ดัดแปลงตึกมารวบรวมร้านค้าต่างๆไว้ค่ะ และเมื่อเราเดินมาด้านในโครงการ ก็จะเห็นป้ายของร้านค่ะ นี้ไง

 

เห็นป้ายแล้วขึ้น บันไดตามลูกศรขึ้นไปกันได้เลยค่ะ ร้านลึกลับนิดนึง

 

แอบบอกว่า เนื่องจากคอมมูนิตี้มอลล์นี้ดัดแปลงมาจากตึกแถว ร้านด้านบนจึงไม่ได้เชื่อมกันนะคะ โดยของร้าน Viet in Dish จะเป็นประตูเดียวกับร้านนวด Lannathai spa ที่ชั้น2

 

และเมื่อเดินไปชั้น3 เราก็จะพบร้านViet in Dish ค่ะ เดินขึ้นไปได้เลย

บรรยากาศร้านไม่ใหญ่สบายๆ มีชั้นบนด้วยนะคะ การตกแต่งที่นี้เห็นทางเจ้าของบอกว่าเน้นสนับสนุนเกษตรกรค่ะ ใช้วัตถุดิบธรรมชาติ และแน่นอนว่า ผักที่ใช้ก็เป็นผักออแกนิคด้วยเช่นกัน

 

มีชั้นบนด้วยนะ

 

มาดูเมนูของร้านกันค่ะ โดยร้านViet in Dish เป็นร้านที่ต่อยอดมาจากร้านแรกของคุณแม่ที่ชื่อว่าEat Viet ค่ะ แต่จะคัดเลือกเมนูเน้นไปยังอาหารจานเดียว  และ นอกจากเมนูอาหารเวียดนามที่เราจะพบได้ในร้านทั่วไปแล้ว ทางร้านมีเมนูสตรีทฟู๊ดแบบฉบับเวียดนามมาให้บริการด้วยค่ะ  ซึ่งบางรายการไม่ค่อยพบในร้านอาหารเวียดนามที่อื่น เช่น บุ๋นจา (bun cha) และ จากา ลาหวอ (cha ca la vong)

และในเรื่องรสชาติอาหาร ด้วยที่คุณแม่ของทางเจ้าของร้านเป็นคนเวียดนามที่เชี่ยวชาญในเรื่องการปรุงอาหารเวียดนามโดยเฉพาะ จากประสบการณ์ในการเปิดร้านอาหาร และได้มีความใกล้ชิดทำงานช่วยเหลือทางสถานฑูตในหลายๆงาน ทำให้ทางสถานฑูตไว้วางใจในให้ทางร้านอาหาร (Eat Viet) เป็นครัวสำหรับงานเลี้ยงรับรองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานประชุม และงานจัดเลี้ยงต่างๆ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่พอจะการันตีรสชาติความเป็นต้นตำหรับได้อย่างดีแน่นอนว่าสูตรอาหารต่างๆจากร้านEat Viet ก็ได้ถ่ายทอดมาที่ร้านViet in Dishแห่งนี้ด้วยเช่นกันค่ะ แต่จะคัดเลือกมาเฉพาะเมนูที่สะดวกในการรับประทานช่วยกลางวันเป็นหลักมากกว่า

 

และนอกจากเมนูอาหารอาหารจานเดียวและอาหารทานเล่นต่างๆแล้ว ช่วยค่ำ ทางร้านจะมีบริการชุดหม้อไฟเวียดนามด้วยค่ะ ปริมาณทาน2ท่าน ราคา 399 บาท ซึ่ง จุดเด่นอยู่ที่น้ำซุปจากน้ำมะพร้าวหอมหวาน ทานคู่กับเครื่องชาบูต่างๆด้วยค่ะ  ซึ่งแน่นอน เรจะพาทุกท่านไปชิมกันในวันนี้ (แต่ไม่รู้ตะเข็บกระโปรงนู๋จะแหกไหมเนี่ย)

 

มาดูเมนูแต่ละเมนูกันค่ะ (อันนี้แบบติ๊กสั่งสะดวก) เริ่มจาก เมนูเครื่องดื่มก่อน จริงๆทางร้านมี น้ำเปล่า น้ำอัดลม น้ำตะไคร้ น้ำโซดา และ “ชาอาร์ติโช้ค รีฟิล!!!!”….แหม่ ดูสุขภ๊าพ สุขภาพ แต่สำหรับเรที่เตะตาที่สุดเป็นการส่วนตัวคือ “กาแฟเวียดนาม”ค่ะ

กาแฟเวียดนาม ที่นี้เสิร์ฟมาแบบเครื่องชงดั้งเดิมเลยค่ะ เวลาใส่น้ำร้อนลงเครื่องกรอง2ชั้นแล้วกาแฟจะค่อยๆหยดค่ะ ดังนั้นหากสั่งกาแฟ จะช้านิดนึงนะคะ เพราะค่อยๆหยด เสร็จแล้วก็ใส่แก้วเป็นแบบเย็นค่ะ จริงๆจะมีฟองนมด้วย (พอดีเรไม่ทานนม แก้วของเรเลยแบบทำสด ของคุณเพื่อนมีฟองนมเค้าปั่นฟองมาให้เลยล่ะ) เรว่ากลิ่นตัวกาแฟหอมถั่วๆสไตล์กาแฟโบราณดีค่ะ แต่จะไม่เข้มมันแบบไทยยกล้อไรงี้นะคะจะเบากว่า

ของเรเร ไม่ทานนมค่ะ ใส่นิดเดียวไม่ตีฟองนมค่ะ

กาแฟเย็นแบบที่เสริ์ฟปกติของคุณเพื่อน

 

 

เมนูถัดมา เป็นเมนูทานเช่นค่ะ กุ้งกระเบื้อง และเมนูหมูยอนึ่ง เป็นเมนูอาหารทานเล่นแนะนำของร้าน

กุ้งกระเบื้อง ไส้นั้นคล้ายหมูยอค่ะแต่มีการผสมเนื้อกุ้งบดลงไปด้วย ทอดมาร้อนๆ  ทานกับน้ำจิ้มบ๊วย เมนูนี้เรว่าโอเคนะคะ ใช้ได้

 

ส่วนตัวเมนูหมูยอนึ่ง อันนี้เรถูกปากกว่าค่ะ (ชอบนึ่งๆมากกว่าทอด) เพราะว่าตัวหมูยอ ทางร้านทำเองค่ะ ส่งตรงจากโรงงานของทางร้านที่อุดร พอตัวหมูยอนึ่งมาร้อนๆ ทานพร้อมน้ำจิ้มเผ็ดเปรี้ยว (แต่ไม่ค่อยจัดเท่าไหร่) ทำให้ทานได้เรื่อยๆ ไม่เลี่ยนดีค่ะ

เมนู เกี้ยวทอด เมนูนี้เป็นเมนูอาหารทานเล่นใหม่ของทางร้านค่ะ โดยทางร้านใช้หมูยอแบบสด นำมาผสมกับเนื้อกุ้งคล้ายไส้กุ้งกระเบื้อง แล้วนำมาห่อเกี้ยวทอดร้อน ซึ่งมีความกรอบและหอมตัวไส้มากกว่า เวลากัดไปจะมีความฉ่ำน้ำของไส้อยู่ด้านใน เมนูนี้แนะนำค่ะ ทานเล่นๆเพลินดี แต่….เรจะฟินกว่านี้ถ้าเอามาจิ้มน้ำจิ้มหมูยอนึ่งค่ะ…แบบว่ามันแซ่บดี ~  เป็นอีกเมนูที่ไว้ลองกันได้ค่ะ

 

ต่อกันด้วยเมนู ปากหม้อญวน ปากหม้อที่นี้ เรว่าแป้งจะหนึบกว่าปกติค่ะ (ปกติเจอแบบแป้งนุ่ม ที่นี้แอบหนึบๆ) มาพร้อมหอมเจียวและหมูยอ น้ำจิ้มที่นี้ จะใสๆใส่ถั่วรสเปรี้ยวๆหวานๆ นัวๆถั่ว แต่ที่เรชอบคือ แป้งล่ะจุดนี้

 

เมนูที่4 แหนมเนียงสำหรับ2ท่านค่ะ ซึ่งมาเป็นจานแปล ที่นี้แปลกตรงปกติร้านอื่นจะมาเป็นแป้งให้ห่อเอง ผัก และเครื่อง ที่นี้แป้งไม่เยอะค่ะแต่หมู ให้มาหลายไม้อยู่ (ทางร้านทำเองนะจ๊ะ) ปกติเคยเจอเคจ แป้งเหลือ หมูหมด….

ของที่นี้จากที่ทาน แป้งหมดค่ะ…หมูเหลือ ห่อผักทานต่อกันมันส์ๆ และ ผักที่นี้เพิ่มฟรีตลอดงานจ้า จุดเด่นแหนมเนียงของร้าน โดยทางเจ้าของร้านบอกว่า จริงๆน้ำจิ้มแหนมเนืองจะใช้ตับบดเพื่อให้ความเข้มข้นของรสชาติ (มีบางร้านใช้เป็นนำมะขามเคี่ยวแทน) แต่ รสของตับเองบางคนจะไม่ชอบค่ะ ทางร้านเลยเลือกปรับเป็นสูตรที่ใช้เนื้อหมูสับบดผสมแทนเพื่อให้น้ำจิ้มแหนมเนืองมีรสเข้มถูกปากทานได้ง่ายขึ้น

 

 

และมาดูเมนูสตรีทฟู๊ดแบบฉบับอาหารจานเดียวกันบ้างค่ะ ที่นี้ จริงๆมีหลายเมนูที่เป็นเมนูสตรีทฟู๊ดของเวียดนาม แต่วันนี้เรได้ลองชิมด้วยกัน 2 เมนูค่ะ เริ่มจากเมนูแรก บุ๋นจา (bun cha) เป็นหนึ่งในสตรีทฟู๊ดที่ชาวเวียดนามทานกันค่ะ โดยจะเป็น เส้นขนมจีน ผักต่างๆ (ทางเจ้าของร้านบอกว่า ถ้าทีเวียดนามจะใส่ผักเยอะมาก แต่คนไทยอาจจะไม่คุ้นลิ้นเท่าไหร่) และเป็นหมูสับปรุงรสย่าง หมูทอด และ ปอเปี๊ยะทอด เวลาทาน จะใส่ส่วนผสมทุกอย่างลงในน้ำจิ้มใสๆเย็นๆค่ะ

แต่ทว่า ทางร้านได้ปรับเป็นกึ่งน้ำซุปแบบร้อนเพื่อให้คนไทยได้ทานง่ายขึ้น (เนื่องจากดั้งเดิมเป็นน้ำจิ้มเย็นๆ หลายคนไม่คุ้นลิ้นน่ะค่ะ) นอกจากนี้ก็จะปรุงรสด้วย พริก กระเทียม และบีบมานาวปรุงรสตามชอบ เรียกว่าเป็นเมนูเอกลักษณ์ ของสตรีทฟู๊ดเวียดนามที่ทางร้านนำมาบริการด้วยค่ะ

 

ส่วนตัว เรว่าโอเคนะ  คำแรกอาจจะรู้สึกไม่คุ้นลิ้น รสน้ำซุป อมเปรี้ยวนิดๆ ตามด้วยเส้นขนมจีน และเครื่องต่างๆ และเมื่อหมูสับง่ายและอื่นๆที่ใส่ลงไปคลุกเคล้ากับน้ำซุป ตัวหมูจะเริ่มคายรสชาติเค็มๆหวานๆลงในน้ำทำให้ชูรสขึ้นค่ะ  แต่ส่วนตัวเรรู้สึกไม่คุ้นกับข้าวปุ้นหรือขนมจีนลงน้ำเท่าไหร่ แปลกไปอีกแบบ

 

ส่วนตัวเรว่าอร่อยดีไปอีกแบบค่ะ(ซึ่งแล้วแต่คนชอบ) หลายๆท่านอาจจะรู้สึกไม่คุ้นลิ้นได้ แต่ก็เป็นเมนูที่น่าลองดูซักครั้ง

แบ่งคุณเพื่อนชิมด้วย

…..ทายซิ๊ ว่าหมดไหม๊~

 

และอีกเมนูที่เป็นเมนูสตรีทฟู๊ดของทางเวียดนามเช่นกันค่ะ กับเมนู จากา ลาหวอ (cha ca la vong) หรือเมนู ขนมจีนปลาหมักย่างสมุนไพร กลิ่นเน้นไปยังกลิ่นผักชีลาว และราดด้วยน้ำกะปิเค็มๆ และน้ำจิ้มหวานๆคลุกเคล้ากัน พร้อมถั่วพริก และมะนาวค่ะ จานนี้ เค็ม หวานหน่อยๆ เปรี้ยวมะนาว ไม่ค่อยเผ็ด…และกลิ่นผักชีฝรั่งจัดค่ะ

ตัวนี้ เรว่า รสชาติแปลกดี น้ำกะปิเค้ากลิ่นไม่แรงนะคะ แต่รสจัด แต่วันนี้เรรู้สึกว่าปลาหมักย่างรสเค็มจัดไปเลยราดน้ำกะปิน้อยลง (อันนี้ทางร้านช่วยตรวจสอบให้ และพบว่าวันนี้เค็มกว่าปกติจริง) ซึ่งถ้าลดความเค็ม ทำให้ราดน้ำกะปิ ได้มากขึ้นค่ะ แต่ไม่ต้องห่วงว่าจะเหม็นนะคะ เพราะ…ผักชีลาวในปลา กลบกลิ่นกะปิมิดเลยค่ะ 555 เป็นเมนูสตรีทฟู๊ดของทางเวียดนามอีกเมนูนึงที่เรได้ทาน เรว่าแปลกๆดี ส่วนตัวเรว่าไม่ใช่ไม่อร่อยนะคะ เรียกว่าไม่คุ้นลิ้นเท่าไหร่ดีกว่า (พึ่งเคยทานขนมจีนคลุกน้ำกะปิและผักชีลาวเยอะๆแบบนี้)

 

แต่วันที่เรไปติใน เรื่องความเค็มของปลาที่โดดเกินไปค่ะ ไว้หากครั้งหน้าเรมีโอกาสแวะไปใช้บริการใหม่จะลองสั่งชิมดูนะคะ

 

และเมนูอาหารจานเดียวจานสุดท้ายที่เรได้ลอง ก๋วยจั๊บเวียดนามค่ะ ซึ่ง ทางร้านเองไม่ได้มีแค่ก้วยจั๊บเวียดนามทั่วไปนะคะ มีทั้งแบบต้มยำ แบบแกงกะหรี่ และแบบยำค่ะ… วันนี้ทางร้านนำ ก๋วยจั๊บแกงกะหรี่มาให้ลองค่ะ

 

เรจากที่ชิมตัวพื้นฐาน ของน้ำซุปเรว่าน่าจะใช้แบบเดียวกับน้ำซุปก๋วยจั๊บปกติ  แต่มีการเพิ่มตะไคร้ และแกงกะหรี่ลงไปค่ะ  มีเนื้อไก่ย่างนุ่มๆเป็นเครื่อง ตัวน้ำซุป โอเค ยังไม่ได้ประทับใจมาก แต่ไปประทับใจในความหนึบ เด้ง หนุบหนับเส้นก้วยจั๊บค่ะ มาแบบเส้นใหญ่อาบหนาแต่หนึบดีจัง เรว่าเส้นแบบนี้แค่ก้วยจั๊บญวนปกติก็เพียงพอแล้วล่ะค่ะ > < เมนูนี้ชอบเส้นมากกว่าซุปอ่ะ บอกตรง

ส่วนตัวเรว่าแกงกะหรี่เค้ามีส่วนผสมตะไคร้ลงไปเป็นแนวฟิวชั่น..แต่ตะไคร้มันพอเยอะๆแล้ว แอบขมปลายลิ้นอ่ะ อันนี้ความเห็นส่วนตัวเรนะคะ..

 

แล้วมาที่เมนูของคาวรายการสุดท้าย (ที่ใหญ่และอลังการมาก) กับเมนูหม้อไฟสไตล์เวียดนามของทางร้านค่ะ

โดยเป็นชุดราคา 399 และสามารถสั่งเพิ่มได้ ซึ่งจุดเด่นที่นี้ น้ำซุป…ใช้น้ำมะพร้าวล่ะ (จริงๆต้องมีเนื้อมะพร้าวด้วยแต่เค้าบอกมันเกินไปสำหรับคนไทย) ปรุงกลิ่นด้วย ข่า ตะไคร้ ใส่กระเทียมเจียวและหอมเจียวกับขมิ้นทำให้น้ำซุปมีสีอมเหลืองๆ

 

ทานคู่กับ ผักต่างๆ เส้นเฝอ และเครื่องอีกมากมายไม่ว่าจะ เนื้อปลา กุ้ง ปลาหมึก หมูสไลด์ หมูหมัก ลูกชิ้นหมูยอเห็ดหอม กะหล่ำ ยัดไส้ เกี้ยวหมู หมูยอทอด หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ และ ของเด็ดเป็น เนื้อก้ามปูซุไว…ปูจริงๆนะคะ ไม่ใช่ปูอัด จัดเต็มกันทีเดียว

 

 

โดยในชุดหากถูกใจเมนูไหนเป็นพิเศษก็สามารถสั่งเพิ่มได้ค่ะราคาราดกระจาดละ 40บาท แล้วแต่ชนิดเมนู …ที่นี้ไม่มาเป็นจาน แต่มาเป็น “กระจาด”เลยที  เห็นว่าเน้นการร่วมอุดหนุนเกษตรกรไทยค่ะ

น้ำจิ้มของที่นี้มี2แบบนะคะ เป็นน้ำจิ้ม แบบปรุงแล้วที่จะออกเผ็ดๆหน่อย (อันนี้เรแนะนำทานกับอาหารทะเลค่ะ) และน้ำจิ้มอีกรายการที่สามารถปรุงรสได้เองตามชอบใจโดยใส่ พริก กระเทียม ต้นหอม และน้ำพริกเผาค่ะ ตัวนี้จะไปทางเค็มๆหวานๆ เรว่าทานกับหมูแล้วเข้ากว่า

 

ข้อควรระวังของหม้อไฟชุดนี้คือ…หากมา2ท่านแล้วสั่ง….จะอิ่มมากแบบไม่สามารถสั่งเมนูทางเล่นอื่นๆได้ เว้นจะทานจุน่ะค่ะ และไม่แนะนำให้ใส่เส้นเฝอและ เนื้อก้ามปูสุไวแช่ไว้นานๆนะคะ เนื้อปูจะกระจาย ลงให้พอร้อน ทานเลยดีกว่าค่ะ

เส้นเฝอเองก็เช่นกัน ต้มนานเส้นอืดไม่หนึบหนับค่ะ เรพลาดมาแล้ว..เฝอใส่ตอนน้ำยังไม่เดือดดี เส้นเลยไม่หนึบ แนะนำว่าใส่ตอนน้ำเดือดจัดๆลงไปต้มนะคะจะได้หนึบๆ

 

เวลาไปชาบู ชอบถ่ายช็อตนี้มากค่ะ เรามักจะเรียกกันขำๆ “กระชอน MK”ค่ะ 555 ใส่ของที่น่ากินลงไปแล้วแช่สะดุ้งน้ำ น่ากินใช่ม๊าาาาา

 

เทใส่ชามพักให้หายร้อน ก่อนที่เรจะเสกลงท้องค่ะ

ลองจิ้มหมูบ้าง เรว่าหมูสไลด์กับหมูหมัก ชอบหมูหมักมากกว่าค่ะ มันนุ่มๆหอมๆ

อย่าลืมลองจิ้มน้ำจิ้มดูนะคะ น้ำจิ้มอันนี้เหมาะกับหมูค่ะ

 

ส่วนอีกอัน เรลองชิมดูแล้วเรว่าเข้ากับอาหารทะเลมากกว่า

เว้นก้ามปูนะคะ รสก้ามปูอ่อนจิ้มแบบรสอ่อนๆดีกว่า ที่สำคัญก้ามปูไม่ควรต้มนานค่ะแค่จิ้มพออุ่นก็พอเพราะสุกมาแล้ว

ส่วนกะหล่ำห่อยัดไส้อันนี้ไส้เป็นหมูบดตัวเดียวกับบุ๋นจ่า ที่เป็นหมูบดปั้นก้อนย่างค่ะ ปรุงด้วยกระเทียม ออกหวานๆหน่อย

 

 

และ หลังจากมื้ออาหารมื้อนี้แล้ว ก็มาจบลงด้วยของหวานกันบ้าง …. กับกับเมนูกล้วยหอมทอดค่ะ

ร้านนี้จุดเด่นคือกล้วยหอมทอดแป้งจะไม่หนาค่ะ มาเป็นเกล็ดกรอบๆ ราดด้วยไซรัปกลิ่นวานิลลา และไอศกรีมเย็นๆ เรเองไม่ทานกล้วยเลยได้แต่ยกเมนูนี้ให้คุณเพื่อนช่วยชิมให้ค่ะ เห็นว่า….ฟาดหมดชามคนเดียว คงน่าจะอร่อยจริงๆแหละ..(นางเก็บกวาดเกลี้ยงเลย..)


สุดท้าย หลังจากชิมทุกเมนูอย่างทั่วถึงแล้ว ก็มาสรุปข้อติชมของร้านกันบ้างค่ะ

 

จุดเด่น
1. ร้านนี้เดินทางง่ายด้วยรถไฟฟ้าค่ะ เดินลงมาจากสถานีเข้าซอยมานิดเดียว ถึงเลย
2. ราคาไม่แพงเมื่อเทียบราคาแถวนั้น รสชาติแนวออริจินัลจากสูตรจากคุณแม่เจ้าของร้านที่เป็นชาวเวียดนามซึ่งคร่ำหวอดในวงการอาหารเวียดนามมานาน รสชาติจึงน่าจะถ่ายทอดความเป็นต้นฉบับมาได้ค่อนข้างดี
3. เมนูของร้านนี้ ไม่มี++ เพิ่ม ผักเติมฟรี ราคาnetแล้ว และมีน้ำรีฟิลด้วย (เผื่อใครทานน้ำเยอะ)
4. มีเมนูอาหารสตรีทฟู๊ดแบบเวียดนามที่หาทานได้ยากด้วย น่าลองค่ะ อร่อยไหม เรว่าอร่อยดีแบบแปลกๆเพราะไม่คุ้นลิ้นมากกว่า แต่ส่วนตัวเรว่า “ควรค่าให้ลองซักครั้งเพื่อศึกษานะคะ”

 

จุดด้อย
1. โครงการนี้เป็นโครงการที่รีโนเวทอาคารพานิชค่ะ ด้านบนไม่เชื่อมต่อกัน เหมือนคนละคูหา ต้องมองป้ายดีๆก่อนขึ้นนะจ๊ะ เรแป๊กขึ้นพลาดมาแล้วล่ะ (และแอบบอกว่าบันไดบางช่วงชัน เพดานเตี้ย….เล่นซะคุณเพื่อนหัวชนหงะ ตายแล้วโครงสร้างตึกจะร้าวไหมนะ)

2. เนื่องจากรสชาติสไตล์แบบออริจินัล (มีการปรับแค่บางเมนูเพื่อให้คนไทยทานง่ายขึ้น) แต่หากใครติดอาหารเวียดนามสไตล์อุบล หรือชอบรสจัดจ้น อาจจะรู้สึกว่ารสอ่อนว่าที่เคยทาน  (สังเกตุว่าน้ำจิ้มหมูยอนึ่งจะไม่ จัดจ้านแซ่บเท่าร้านอื่น ร้านนี้รสเรว่าไปทางนัวๆ)

3. เมนูที่เรว่า กลางๆเป็นกุ้งกระเบื้องค่ะ (อันนี้ความรู้สึกส่วนตัว..ชอบเกี้ยวทอด กับหมูยอนึ่งมากกว่า) ตัวก๋วยจั๊บญวนแกงกะหรี่ เส้นดีแต่น้ำแกงเฉยๆอ่ะค่ะ ไม่เข้มเท่าไหร่ซดๆไปติดขมตะไคร้บางๆ ตัวเมนูจากาลาวอง(cha ca la vong) ขนมจีนทานคู่กับปลาหมักย่างสมุนไพร ตัวปลาเค็มไปค่ะในวันที่ชิม (อันนี้ทางร้านได้ตรวจสอบพบว่าเกิดข้อผิดพลาดและได้นำจุดนี้ไปปรับปรุงค่ะ)

4. หม้อไฟสำหรับ2ท่าน หากเป็นคนทั่วไป(กะเพาะปกติ)จะแบบพอดี๊ พอดี..สั่งของกินเล่นได้นิดหน่อย…แต่ทว่า..หม้อไฟหากไม่สั่งแบบชุดก่อน จะไม่สามารถสั่งแบบจานแยกมาทานได้นะคะต้องสั่งเป็นชุดหม้อไฟก่อนเด้อ ดังนั้นหากท่านมาคนเดียว….คงไม่สามารถทานแบบหม้อไฟได้จ้าเนื่องจากปริมาณจะเยอะเกินคนเดียวทานไหวแน่นอน (ส่วนตัวเรว่าซัก2คนอิ่ม 3คนจะกำลังงามแล้วสั่งเมนูต่างๆเพื่อชิมได้หลากหลายกว่าค่ะ)

และทั้งหมดนี้ เป็นรีวิวอาหารของร้าน Viet in Dish @ อารีย์ ค่ะ ก็หวังว่ารีวิวในวันนี้จะพอเป็นข้อมูลในการเลือกร้านอาหารใหม่ๆให้กับทุกท่านได้ไม่มากก็น้อยนะคะ ไว้พบกันใหม่ในรีวิวหน้า วันนี้ สวัสดีค่ะ

 

About พยูนบูด